S-commerce คือ
Social Commerce คืออะไร?
คือ การใช้ Social
Technology ในการยกระดับประสบการ์ณในการจับจ่ายสินค้า
ให้ดีและสะดวกยิ่งขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ
เรากำลังเข้ามาถึงยุคที่เราควรจะนึกต่อยอดได้แล้วว่าพวก Social Technology ที่เราเห็นๆ กันอยู่ในทุกวันนี้มันสามารถเอามาทำอะไรให้กับผู้บริโภคได้บ้าง?
เราจะติดต่อสื่อสารและทำความเข้าใจวิธีการที่ผู้คนช้อปปิ้งกันให้ดียิ่งขึ้น
ได้อย่างไร? เราจะ Design ประสบการณ์ในการซื้อของผู้บริโภคใหม่ได้อย่างไร?
และเราจะสร้างความน่าติดตามของสินค้าและบริการ ด้วย Social
Technology ได้อย่างไร? โดยส่วนตัว
ผมเชื่อว่านักการตลาดแต่ละท่านก็คงมีแนวทางในการใช้ Social Technology เพื่อสร้างประสบการณ์ในการซื้อให้ลูกค้าอยู่แล้ว ดังนั้นผมจะขอเอา Case
Study สั้นๆ มารวมไว้ตรงนี้ เผื่อว่าจะนำไปประยุกต์ใช้กันได้นะครับ
Social Commerce มีดีอะไร ?
Social Commerce เป็นธุรกรรมเชิงพาณิชย์ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
ต่างกับเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ ที่ต้องใช้เวลานาน กว่าจะมีผู้ใช้อย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้เป็นการผสาน E-Commerce และ Social Media รวมเป็นคุณสมบัติ 6C (Social Innovation conference – Bankinter
Foundation .,2012) มีดังต่อไปนี้
1.เนื้อหา – Content ส่วนสำคัญที่สุด
ผู้ประกอบการมีรายละเอียดสินค้าบนเว็บไซต์ของตนและปรับปรุงให้ทันสมัย
และลูกค้าสามารถใช้ Search Engine ค้นหาข้อมูลสินค้าและข้อมูลด้านอื่นของสินค้านั้นได้
เพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น สื่อโฆษณาใน Youtube และ
รีวิวความคิดเห็นจากลูกค้ารายอื่น การให้คะแนนจากลูกค้าที่เคยใช้สินค้า
ข้อมูลที่ลูกค้าตรวจสอบจากการใช้สินค้าผ่านบทวิจารณ์สินค้า หรือ Comment เกี่ยวกับสินค้าใน Social Media ต่างๆ
2.การพาณิชย์ – Commerce
รูปแบบพาณิชย์ของ Social
Media สามารถสนองตอบความต้องการทุกรูปแบบของลูกค้าได้
รับรองประเภทสินค้าและบริการได้มากชนิดขึ้น มีตั้งแต่ระดับเล็กๆจนถึงระดับใหญ่
และการติดต่อได้หลากหลายช่องทางมากกว่าเดิม
รูปแบบพาณิชย์ใหม่ๆ มีตั้งแต่ การรับดูดวงผ่าน Skype ประกาศขายสินค้าทาง
Instagram , Facebook Shop ,รับออร์เดอร์สินค้าแบบขายส่งผ่าน
Line อื่นๆอีกมากมาย
3.บริบท –Context Social Commerce อยู่บนพื้นฐาน E-Commerce
นั้นมีสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆ ที่ต้องประสานการทำงานกับระบบ
ระบบขนส่ง ระบบการชำระเงิน หรือระบบอื่นๆ ซึ่งระบบเหล่านี้มีให้บริการออนไลน์
ให้ใช้งานอยู่หลากหลาย เช่น ธนาคารออนไลน์ , Track And Trace : Thailand
Post การติดตามการขนส่งไปรษณีย์ไทย, Paypal ระบบการชำระเงินออนไลน์
เป็นต้น อีกทั้ง สามารถเข้าถึงข้อมูลด้วย อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มาพร้อมกับแอพพลิเคชันที่รองรับการใช้งานในหลากหลายฟังก์ชัน
สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ได้เป็นอย่างมาก
โลกออนไลน์สามารถผสานกับโลกความจริงได้สร้างความสะดวกสบายทั้งแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
4. การเชื่อมต่อ–Connection
Social Media สร้างเครือข่ายออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่มีข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
ซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้อาจมาจากระบบสังคมปกติหรือสร้างใหม่จากเครือข่ายออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ
ทั้งในระดับเดียวกัน สังคมเดียวกันและอย่างไม่เป็นทางการ
การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือการเชื่อมต่อกลุ่มคนเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำหรับการทำการตลาดของ
Social Commerce
5. ชุมชน – Community
เมือมีการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ก็เกิดเป็นสังคมขึ้น Social
Media สามารถสร้างความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ใช้บริการ
ที่มีความสนใจคล้ายๆกัน ก่อให้เกิดเป็นชุมชนต่างๆ
พื้นที่โลกออนไลน์ที่ทุกคนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ยกตัวอย่าง เช่น Wongnai
เป็นชุมชนในการรีวิวร้านอาหารทั่วกรุงเทพและปริมณฑล Facebook
Fan Page ร้านต่างๆ หรือแม้กระทั้ง Pantip เว็บบอร์ด
ชื่อดังของไทย เป็นต้น
6. การสนทนา–Conversation การพูดคุยหรือการสนทนา
เป็นสิ่งที่สำคัญในงานขายและการตลาด ซึ่ง Social Commerce ผู้ขายหรือผู้ซื้อสามารถเชื่อมโยงการขายสินค้าและบริการ
หรือการสอบถามข้อมูล ของตนไปในรูปแบบการแชทหรือสนทนาออนไลน์ ผ่าน Social
Media แบบต่างได้ เช่น
การแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับสินค้าและบริการของของตนในระหว่างการสนทนาออนไลน์ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้บริการอยู่
หรือแม้กระทั่งการคอมเมนท์โพสต์สินค้าของลูกค้าเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น